คนเพชรบุรี ปฏิบัติธรรม ได้ที่..สำนักปฎิบัติธรรม..ศิริธรรมถ้ำชี ต.ไร่ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี ติอต่อ อ.ปิยะวรรณ โทร.081-5888792

วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

๕. มีฌานหยั่งรู้ได้อย่างอัศจรรย์



การที่เป็นนักปฏิบัติ ทำให้อาจารย์อุปัชฌาย์กับอาตมารู้สึก มีความสนิทสนมกันมากเป็นพิเศษ เวลาเข้าไปปฏิบัติรับใช้ ต้มน้ำ ชงชาให้ท่าน บางทีก็นวดให้ท่าน ซึ่งเป็นประเพณีนิยมกันมา ท่าน ก็มักถามว่า การปฏิบัติของอาตมาเป็นอย่างไร ใครแนะนำมาก่อน หรือ ก็ได้เรียนความจริงให้ท่านทราบว่า ยังไม่มีใครแนะนำ มันรู้ เองเป็นเอง อยากปฏิบัติมาตั้งแต่ ๓ ขวบ และก็ได้ปฏิบัติเรื่อยมา




ท่านก็บอกว่า "เป็นบุญวาสนาของเณร ติดต่อสืบเนื่องมาแต่ อดีต ชาติก่อนคงปฏิบัติค้างอยู่ ชาตินี้จึงมาเกิดปฏิบัติต่อ ขอให้ พากเพียรพยายามให้มาก จะได้พ้นทุกข์ในชาตินี้ เณรจะมีประโยชน์ แก่พระพุทธศาสนามาก"


ตอนหนึ่งท่านถามว่า "เห็นโยมผู้ชายของเณรเล่าให้ฟังว่า เณร รู้เห็นอะไรมาตั้งแต่เด็กๆ เดี๋ยวนี้ยังรู้เห็นอยู่หรือไม่"


"ยังรู้เห็นอยู่ขอรับ ตอนยังไม่ได้บวชเณร มีคนมาให้ช่วยอยู่ เสมอ บางครั้งก็รำคาญ พอบวชเณรแล้ว กระผมจึงไม่ต้องการให้ ใครรู้ บางครั้งเห็นเหตุการณ์จะเกิดขึ้น ก็ไม่กล้าบอก เพราะรู้แล้ว ไม่มีเวลาปฏิบัติ กระผมเห็นว่า การรู้เห็นนั้น ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์"




"ถูกต้องแล้วเณร การปฏิบัติธรรมกรรมฐานนั้น ต้องตัดช่อง น้อย เอาตัวให้รอดเสียก่อน ดูพระบรมศาสดาเป็นตัวอย่าง พระองค์ ตรัสรู้แล้ว จึงสอนคนอื่น เณรมาได้ไกลแล้วนะ พยายามให้มากเข้า เออ…เรามาทดสอบกัน


ดูซิ…ตอนนี้ท่านมหาจำเริญกำลังทำอะไรอยู่"


อาตมายกมือพนมขึ้น เรียนท่านไปว่า "ท่านมหาจำเริญ กำลัง ไม่สบายใจมาก"


"ไม่สบายใจเพราะอะไร"


"เพราะโยมพ่อมาบอกว่า น้องสาวคนเล็กถูกคนฉุดเอาไป ยัง ตามไม่พบ ตอนนี้พอสรงน้ำเสร็จ จะมาปรึกษาหลวงพ่อว่าควรทำ อย่างไร" "เออ!…เก่งจริง แล้วน้องสาวคนเล็กจะเป็นอะไรไหม"


"ปลอดภัยแล้วขอรับ ตอนนี้กำลังอยู่บนโรงพัก เจ้าคนฉุด สองคนก็ถูกจับได้" "ทำไมจึงถูกจับ""ไปเจอตำรวจสายตรวจกลางทาง น้องสาวท่านมหาร้องให้ช่วย"




พูดเพิ่งจะจบ ก็เห็นท่านมหาจำเริญ เดินขึ้นมาบนกุฏิ เข้ามา นั่งกราบท่านอาจารย์อุปัชฌาย์ แต่ยังไม่ทันจะพูด ท่านก็ยิ้ม ละมัย บอกว่า


"ท่านมหาไม่ต้องวิตก สั่งให้ใครไปบอกโยมที่บ้าน ให้ไปรับ น้องสาวที่สถานีตำรวจเร็วเข้า""เอ๊ะ ท่านอาจารย์รู้ได้อย่างไร"


"อย่าเพิ่มถามตอนนี้ รีบๆไปเดี๋ยวจะดึกดื่น" ท่านมหาลุกขึ้นกราบ แล้วลงกุฏิไป แต่ท่านไม่ได้ให้ใครไปบอก ท่านไปด้วยตนเอง สั่งโยมพ่อให้ชวนพรรคพวกไปสถานีตำรวจ ที่ อำเภอ แล้วก็นั่งรออยู่ จนกระทั่งโยมพ่อพาน้องสาว


กลับมาถึงบ้าน เอาใกล้สว่าง


กลับมาถึง ท่านมหาก็ตรงมาที่กุฏิท่านอาจารย์อุปัชฌาย์ กราบ ท่านแล้วกล่าวว่า


"หลวงพ่ออาจารย์รู้เรื่องน้องสาวผมไปอยู่ที่โรงพักได้อย่างไร?"


ตอนนั้น อาตมาก็อยู่ในที่นั้นด้วย เพราะไปเตรียมบาตรสำหรับ ท่านอุปัชฌาย์ออกบิณฑบาตตามกิจวัตร ที่ท่านไม่เคยขาดเลย นับ เป็นธุดงค์ข้อหนึ่ง ท่านชายตายิ้มๆมาที่อาตมา แล้วพูดขึ้นว่า


"ท่านมหาเอาแต่ทางปริยัติ ไม่เอาทางปฏิบัติด้วย เห็นจะเอาตัว ไม่รอด อย่ามาสนใจว่า รู้ได้อย่างไร จงไปคิดดูว่า ทำอย่างไรถึง จะรู้ได้ดีกว่า บวชเข้ามาสู่เพศสมณะแล้ว ต้องพยายามให้ครบศีล สมาธิ ปัญญา จึงจะยั่งยืนในพระศาสนานี้"


พูดจบท่านก็ลุกขึ้น เตรียมครองจีวรเพื่อไปบิณฑบาต ตอนนั้น ท่านมหาก็หน้าสลดลง ลุกขึ้นกราบแล้วลงจากกุฏิไป

บทความที่ได้รับความนิยม